ที่มาของโครงการ 2
บทที่ 2 แนวทางการบริหารจัดการโครงการ
การดูแลรักษาผู้ป่วยเบาหวานและภาวะที่เกี่ยวข้องกับเบาหวานอย่างครบวงจร
1.
กลยุทธ์
1.
จัดการเชิงรุกโดยนำข้อมูลการคัดกรองความเสี่ยงในประชากร (
ซึ่งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้การสนับสนุนในงบส่งเสริมป้องกัน
P&P Community
) ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2549
เป็นต้นมาโดยนำข้อมูลประชากรที่มีความเสียง มาบริหารจัดกการความรู้
ทักษะ และควบคุมปัจจัยความเสี่ยง
อย่างเป็นระบบโดยใช้การบันทึกข้อมูล
Pre-registration
2.
จัดชุดสิทธิประโยชน์สำหรับการดูแลรักษาผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยแล้วว่าเป็นเบาหวานระยะต่าง
ๆ ทั้งเบาหวานชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2
เน้นที่การป้องกันปฐมภูมิในครอบครัวและเครือข่าย การป้องกันทุติยภูมิ
ด้วยการประกาศใช้แนวเวชปฏิบัติแห่งชาติว่าด้วยการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน
และการป้องกันตติยภูมิ
ได้แก่การปรับพฤติกรรมในระหว่างฟื้นฟูหลังการรักษา
3.
พัฒนาความร่วมมือกับหน่วยบริการประจำ
หน่วยบริการปฐมภูมิ องค์การบริหหารส่วนท้องถิ่น
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และผู้ประสานงานโรค (
Case Manager)
ในพื้นที่
4.
กำหนดให้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
และกลไกที่จำเป็นต่อกการจัดโปรแกรม (
Disease Management)ได้แก่
4.1
ระบบการจัดการด้านสารสนเทศ (
Clinical lnformation System)
เพื่อสนับสนุนการจัดบริการและประเมินผล
4.2
ระบบการเฝ้าระวังภาวะเกี่ยวข้องกับเบาหวาน ได้แก่
กลุ่มเบาหวานเข้าตา ไตวายเรื้อรังระยะแรก
ภาวะความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
ภาวะความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง
4.3
ระบบการวิจัยและพัฒนา
4.4
นำแนวทางเวชปฏิบัติและแนวทางการรักษามาตราการสากลสู่การดำเนินการโครงการ
มาตรฐานเดียวกัน
4.5
จัดทำสมุดประจำตัวผู้ป่วยและคู่มือผู้ป่วยโรคเบาหวานเพื่อผู้ป่วยสามารถติดตามการรักษา
และแก้ไขปัญหาเบื้องต้นในการดูแลตนเองได้
4.6
นำแนวทางการให้ความรู้โรคเบาหวานของ 3 สมาคม ได้แก่
สมาคมต่อมไร้ท่อ สมาคมโรคเบาหวาน
และสมาคมผู้ให้ความรู้โรคเบาหวานสู่การดำเนินการในโครงการ
5.
กำหนดแนวทางการจ่ายเงินค่าชดเชยค่าบริการ
จากผลการดำเนินการตามขั้ขตอนของภาระโรคเบาหวานและการคัดกรองภาวะแทรกซ้อนตลอดจนอุปกรณ์การติดตามผลการรักษาในผู้ป่วยที่ใช้อินซูลิน
ให้เกิดความสมดุล เพื่อเอื้อต่อการดำเนินการทีสะดวกและคล่องตัว
6.
สร้างเครือข่ายการดูแลผู้ป่วย
และระบบส่งต่อผู้ป่วยตามแนวทางการจัดการภาระโรคเบาหวาน
โดยความร่วมมือจากองค์กรณ์ภาคีต่าง ๆ รวมถึงภาคประชาชน
บทบาทหหน้าที่และความรับผิดชอบร่วมกันในระดับพื้นที่
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสาขาเขตพื้นที่
-
ประสานนโยบายกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
สาธารณสุขอำเภอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหน่วยบริการในพื้นที่
-
ติดตามควบคุมกำกับ
การดำเนินงานในพื้นที่เกี่ยวกับการเข้าถึงบริการของประชาชนพัฒนานวัฒตกรรมการสร้างรูปแบบการดูแลเบาหวานในพื้นที่
วัดและประเมินค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเบาหวานทั้งค่าใช้จ่ายทางตรงและทางอ้อม
ร่วมกับกรมควบคุมโรค ผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด / สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ /
องค์การภาคีและหน่วยงานราชการอื่นๆ ในพื้นที่
-
พัฒนาระบบบริการผู้ป่วยเบาหวาน
และภาวะที่เกี่ยวข้องกับเบาหวานในพื้นที่ อย่างครบวงจร
ตามมาตรฐานและแนวทางที่กำหนดในระดับพื้นที่
-
ประสานนโยบายด้านต่าง ๆให้เกิดการปฏิบัติในพื้นที่
เช่น กการประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้ค้นหาผู้ป่วยในพื้นที่
การสร้างเครือข่ายผู้ป่วยสัมพันธ์
1.
เป้าหมาย
กลุ่มเป้าหมายของโครงการ
ต้องเป็นผู้มีสิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเท่านั้น
ซึ่งสามารถจำแนกกลุ่มเป้าหมายได้ ดังนี้
-ค้นหาและคัดกรองกลุ่มเสี่ยง ( ทุกสิทธิ )
จำนวน
18,500,500
คน แยกเป็น
- เบาหวานชนิดที่ 1 จำนวน 17,000
คน
- เบาหวานชนิดที่ 2
- เบาหวานชนิดที่ 2
ที่ต้องใช้ยาฉีดอินซูลิน จำนวน
170,000
คน
- เบาหวานชนิดที่ 2
ที่ต้องใช้ยาฉีดอินซูลีน จำนวน
1,845,256
คน
*** ประมาณการจำนวนผู้ป่วยรายจังหวัดตามภาคผนวก
4. ระยะเวลาดำเนินการ
แบ่งเป็น 3 ระยะ
ระยะที่ 1 ปี 2550 ( 1 มิถุนายน 2550 30 กันยายน 2550
) ดำเนินการจำนวน 3 จังหวัด ได้แก่
จังหวัดสุราษฎร์ธานี
จังหวัดนครราชสีมา
จังหวัดแพร่
อำเภอด่านซ้ายและอำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย
อำเภออุทุมพรพิสัยและอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ
จังหวัดศรีสะเกษ
ระยะที่ 2 ปี 2551 (1 ตุลาคม2550 -30 กันยายน 2551)
ดำเนินการนำร่องระยะขยายผล จำนวน 26 จังหวัด
โดยจะให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสาขาเขตพื้นที่พิจารณาจากความพร้อมของจังหวัด
ทั้งในแง่ความพร้อมยุทธศาสตร์
ดำเนินการโครงสร้างพื้นฐานและระบบส่งต่อ การจัดการด้าน
Diabetic Education
ของจังหวัด
ระยะที่ 3 ปี 2552 ( 1 มกราคม 2551
เป็นต้นไป)
-ขยายผลครอบคลุมทั่วประเทศ
5. งบประมาณ
งบประมาณจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
และการมีส่วนร่วมขององค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น กองทุนชุมช
6. กระบวนการดำเนินงาน
-จัดให้มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ที่ได้ดำเนินการเกี่ยวกับโรคเบาหวานทุกภาคส่วน
ทั้งในสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และองค์กรอื่น
-จัดตั้งคณะกรรมการ เพื่อการกำหนดแนวทาง
นโยบายในการจัดการโรคเบาหวาน ในระบบหลักประกันสุขภาพห่างชาติ
รวมทั้งตรวจรับรองแนวทางการรักษาแนวเวชปฏิบัติ หน่วยบริการประจำ
หน่วยบริการปฐมภูมิ และหน่วยบริการรับส่งต่อ
-จัดให้มีคณะทำงานดำเนินการบริหารจัดการโรคเบาหวานในระดับชุมชน(
Diabetes Disease Management in Community - Based
Setting)
เพื่อดำเนินการในพื้นที่ร่วมกับสำนักงานสาขาเขตพื้นที่ และ
สำนักงานสาขาจังหวัด
-จัดทำแนวทางบริหารจัดการ
โรคเบาหวานและภาวะที่เกี่ยวข้องกับเบาหวานอย่างครบวงจร
และกำหนดให้มีการลงสนามบันทึกความร่วมมือโดยมีรายละเอียดดังนี้
-พัฒนาควบคุมป้องกันปัจัยเสี่ยงหลักของปประชาชนทั่วไป
ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และความตระหนักแก่ประชาชน
-
พัฒนาระบบการคัดกรองปัจจัยเสี่ยงและ/หรือค้นหาโรคตั้งแต่ระยะแรกในบุคคล
-
จัดทำรายละเอียดที่จะดำเนินการและกำหนดผู้รับผิดชอบเป็น
case manager
-
จัดทำรายงาน
On line
รายจังหวัด
เพื่อประกอบการพิจารณานโยบายควบคุมป้องกันเบาหวาน
- พัฒนาองค์ความรู้
เป้าหมายและมาตรฐานการบริหารและระบบส่งต่อ
- พัฒนากระบวนการจัดการ ควยคุมการเจ็บป่วยซ้ำ
และลดความรุนแรงและภาวะโรค
ลดการต้องนอนโรงพยาบาลด้วยอาหารเบาหวานฉุกเฉินหรือโรคที่เกี่ยวข้องกับเบาหวาน
- การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กลไก
และทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับการ ควบคุมป้องกันโรค เช่น
ระบบการจัดการด้านสารสนเทศ (
Clinical lnformation System
) เพื่อสนับสนุนการจัดบริการและประเมินผล
-
อบรม/พัฒนาบุคคากรในพื้นที่ตั้งแต่ระดับอาสาสมัคร แกนนำชุมชน
องค์กกรบริหารส่วนท้องถิ่น
- จัดทำเครือข่ายการส่งต่อ
และกำหนดบทบาทหน้าที่ของหน่วยบริการระดับต่าง ๆ
-
มีระบบการเฝ้าระวังและติดตามผู้ป่วยโดยกำหนดให้มีผู้จัดการโรค (
Case Manager
) ในหน่วยบริการประจำ (
CUP
) หน่วยบริการปฐมภูมิ (
PCU
)
- สนับสนุนให้มีเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็น
เช่น เครื่องตรวจจอปราสาทตา เครื่องตรวจวินิจฉัยควบคุมความดันโลหิต
น้ำตาล
- สนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมจากระบบปกติ
ให้มีบริการคัดกรองภาวะแทรกซ้อน
ตลอดจนอุปกรณ์การติดตามผลการรักษาในผู้ป่วยที่ใช้อินซูลิน
และภาวะที่เกี่ยวข้องกับเบาหวานอย่างครบวงจร
ผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ หมายถึง
ผู้มีสิทธิบัตรหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
o
หน่วยบริการ
เครือข่ายหน่วยบริการ หน่วยบริการปฐมภูมิ หน่วยบริการรับส่งต่อ
หน่วยบริการประจำ
ดำเนินการจัดบริการตามแนวเวชปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน๙งจัดทำโดยคณะกรรมการ
ผู้เชี่ยวชาญ สหสาขาวิชีพ
ที่แต่งตั้งโดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
o
การจัดบริการเพื่อการคัดกรองป้องกันเบาหวาน ได้แก่
การคัดกรองกลุ่มเสี่ยงการให้ความรู้
การสร้างเครื่องมือกระตุ้นเร้าความรับรู้ของประชาชนในพื้นที่
การสร้างความรับรู้ร่วมมือ การมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
กองทุนสุขภาพชุมชน ผู้เข้าร่วมโครงการสิทธิบัตรหลักประกันถ้วนหน้า
ให้หมายรวมถึงผู้ตั้งครรภ์ที่เป็นเบาหวานด้วยการคัดกรองความเสี่นยงการจัดการความเสี่ยงต่าง
ๆ ให้เป็นไปตามแนวเวชปฏิบัติที่สำนักงานกำหนด
o
การจัดบริการทางแพทย์
สำหรับผู้ลงทะเบียนสิทธิบัตรหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ากลุ่มที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานชนิดที่
1 และเบาหวานชนิดที่ 2 ทั้งนี้ให้หมายรวมทั้งกระบวนการ การวินิจฉัย
และการรัเกษาให้เป็นไปตามแนวเวชปฏิบัติที่สำนักงานกำหนด ดังต่อไปนี้
o
ยาในบัญชีหลัดห่งชาติ และอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการให้ยา
ในรายที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานแล้ว
ทั้งรายเก่ารายใหม่ที่ลงทะเบียนเข้าโครงการให้มีกิจกรรมการส่งเสริมความรู้และทักษะในการจักการเบาหวานด้วยตนเอง
(
Diabetes Self Mamagement education and training)
เช่น การจัดอาหารเพื่อการดูแลสุขภาพเบาหวาน (
Medical mutation therapy
)
การจัดให้มีกลุ่มหรือเครือข่ายเพื่อนช่วยเพื่อนเบาหวาน (
Support group counseling and therapy
)
ในรายที่ผู้ป่วยเป็นเด็กอาจหมานรวมถึงกิจกรรมที่จัดให้ผู้ดูแล (
Care Giver
)
o
กิจกรรมการดูแลความอ้สน การหยุดบุหรี่
และการสอนออกกำลังกายให้หมายรวมอยู่ในกระบวนการจัดบริการจัดบริการทางการแพทย์ด้วย
o
การตรวจทางจักษุวิทยา
ตามแนวเวชปฏิบัติที่สำนักงานกำหนด
o
การตรวจเท้าโดยเจ้าหน้าที่เครือข่ายหน่วยบริการ
หรือหน่ยบริการปฐมภูมิขึ้นไป
o
การจัดหีมีกิจกรรมที่แสดงถึงมีกลไกการสื่อสารกับผู้เข้าร่วมโครงการ
เช่น การเยี่ยมบ้าน หรือการติดต่อสื่อสารอื่น
o
มีการจัดระบบส่งต่อ
เข้าสู่หน่วยบริการรับส่งต่อหรือผู้เชี่ยวชาญในกรณีมีข้อบ่งชี้ เช่น
จักษุ หรือ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบต่อมไร้ท่อ
o
การจัดบริการทางที่เกี่ยวข้องกับบริการชันสูตร
เพื่อการควบคุมกำกับและบริการจัดการสุขภาพส่วนตัวเอง ทั้งนี้
ให้เป็นไปตามแนวทางเวชปฏิบัติ ที่สำนักงานกำหนดครอบคลุม เช่น
-
HbA1C
-
LDL Lipid profile
( อายุ 65 - 70 ปี มีความผิดปกติ
ต้องตรวจติดตามให้การรักษา )
-
Urin analysis ( Protein , Micro
albumin urea )
-
โปรแกรมการเฝ้าติดตามระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง (
Self Monitoring Blood Glocccose : SMBG
)
สำหรับผู้ลงทะเบียนสิทธิบัตรหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 ทุกราย
และเบาหวานชนิดที่ 2 รายมที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
ตามแนวเวชปฏิบัติ ที่สำนักงานประกาศว่าต้องใช้ยาฉีดเพื่อการรักษา
-
บริการที่เดี่ยวข้องกับการให้ยาหรืออุปกรณ์การให้ยาที่หน่วยบริการรับส่งต่ออ
หน่วยบริการประจำ หน่วยบริการปฐมภูมิ เครือข่ายหน่วยบริการ
อันหมายรวมถึงร้านยาคุณภาพที่ได้รับการรับรอง
10. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
o
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลการค้นหาผู้ป่วยในระยะเริ่มต้น
และการให้การวินิจฉัยที่เหมาะสมผู้ป่วยโรคเบาหวานและภาวะที่เกี่ยวข้องกับเบาหวานในระบบหลัดประกันสุขภาพถ้วนหน้า
ได้รับการบริการที่คุณภาพอย่างครบวงจร เพิ่มการเข้าถึงบริการ
ลดภาวะความแทรกซ้อน และความพิการทำให้มีคุณภาพชีวิตเพิ่มขึ้น
o
มีระบบข้อมูลการจัดบริการโรคเบาหวานแลภาวะที่เกี่ยวข้องกับเบาหวานในประเทศไทย
(
Clinical Information System
หรือ
Diabetes)
ที่ได้รับการพัฝมนาจากผู้เชี่ยวชาญที่เป็นคณะทำงานซึ่งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติแต่งตั้งขึ้นรวมทั้งแพทย์
และบุคลากรทางกการแพทย์มีศักยภาพด้านองค์ความรู้ด้านการดูแลรักษาที่เป็นมาตรฐานเดียวกันและเป็นไปตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกมีระบบข้อมูลสารสนเทศผู้ป่วยโรคเบาหวาน
และภาวะที่เกี่ยวข้องและข้อมูลอื่น
ที่เกี่ยวข้องที่ได้มาตรฐานโดยหน่วยบริการและผู้ที่เกี่ยวข้องที่ได้มาตรฐานโดยหน่วยบริการและผู้เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
o
มีรูปแบบกระบวนการการจัดการบริหารจัดการเกี่ยวกับการดูแลผฝุ้ป่วยฝดรคเบาหวานและภาวะที่เกี่ยวข้องกับเบาหวานที่ได้มาตรฐานสามารถควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่าย
การดูแลรักษาผู้ป่วย เพิ่มศักยภาพ
และความสามารถในการจัดการระบบบริการประกันสุขภาพแก่ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
และภาวะที่เกี่ยวข้องกับเบาหวานซึ่งมีการจ่ายค่าบริการทางการแพทย์เพิ่มเติมจากระบบปกติ
โดยคำนวณจากต้นทุนรวมรายบุคคลแก่หน่วยบริการที่ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยในแต่ละระดับ
โดยจ่ายตามจำนวนการลงทะเบียน และ
Protocol
ที่กำหหนด
หน้าที่
3

|